นโยบายความเป็นส่วนตัว

ปรับปรุงล่าสุด 01/10/2565

แบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและผู้ใช้บริการ

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และบริษัทฯ ในเครือ

ตามที่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทฯ ในเครือ (“บริษัทฯ”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือผู้ซื้อ หรือผู้ใช้บริการต่าง ๆ ของบริษัท และบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล 

โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งรายละเอียด การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งช่องทางออนไลน์ และช่องทางอื่น ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยบริษัทฯ อาจดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลนี้ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ท่านจึงควรติดตามแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดไว้นี้อยู่เสมอ

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (“ประมวลผล”)

บริษัทฯ จะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ใช้บริการของบริษัทฯ รวมถึงบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคล ดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รูปถ่าย เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวคนต่างชาติ อายุ อาชีพ Facebook ID LINE ID เป็นต้น
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อและหรือรับบริการ เช่น ประวัติการซื้อสินค้า ประวัติการเคลมสินค้า ข้อร้องเรียน รวมถึงข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้จากการทําวิจัย สำรวจความคิดเห็น และการสัมภาษณ์ เป็นต้น 
  • ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขบัญชีธนาคารหรือรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับบัญชีธนาคาร เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เป็นต้น
  • ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานหรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ของท่าน เช่น ลายมือชื่อ ข้อมูลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ เลขทะเบียนรถยนต์ สำเนาหนังสือมอบอำนาจ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญจ่าย เป็นต้น
  • ข้อมูลด้านเทคโนโลยี เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ (Location) โดยใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้เปิดดูเว็บไซต์ (Browser) ข้อมูลบันทึกการเข้าออกเว็บไซต์ ข้อมูลบันทึกประวัติการใช้เว็บไซต์ ข้อมูลบันทึกการเข้าสู่ระบบ (Login Log) ข้อมูลรายการการทำธุรกรรม (Transaction Log) สถิติการเข้าเว็บไซต์ เวลาที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Access Time) ข้อมูลที่ถูกค้นหาหรือเข้าชม ข้อมูลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) การใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ในเว็บไซต์ และข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookie) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกัน เป็นต้น
  • บันทึกภาพนิ่งหรือบันทึกภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือบันทึกเสียงการสนทนา หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถระบุตัวตนบุคคลได้

หมายเหตุ

กรณีที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ จากการขอข้อมูลเพื่อการยืนยันตัวบุคคลหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด  และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ท่านสามารถทำการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวก่อนนำส่งข้อมูลให้แก่บริษัทฯ ได้ โดยหากท่านไม่ได้ทำการปกปิดดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวบนเอกสารที่ได้รับมา โดยจะไม่ถือว่าบริษัทฯ ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวจากท่าน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวของท่าน เว้นแต่บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือกรณีอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากช่องทาง ดังนี้

  • ระบบปฏิบัติการต่างๆ หรือระบบสารสนเทศ (IT) เวบไซต์ของบริษัทฯ อีเมล โทรศัพท์ โทรสาร นามบัตร จดหมาย ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากท่านโดยตรง
  • เว็บไซต์สาธารณะ คู่ค้าหรือคู่สัญญาอื่นๆ บริษัทในเครือของบริษัทฯ

หมายเหตุ

กรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทฯ เราอาจใช้คุกกี้ (Cookie) เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กำหนดไว้ใน นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookie)

3. วัตถุประสงค์ในการประมวลผล

บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อสมัครสมาชิกเป็นลูกค้าหรือลงทะเบียนเปิดบัญชีเป็นลูกค้าของบริษัท การยืนยันหรือระบุตัวตนของท่านเมื่อเข้าใช้บริการต่าง ๆ หรือเข้าทำสัญญากับบริษัท การตรวจสอบตัวตนของลูกค้าหรือผู้มีอำนาจทำการแทนลูกค้า การติดต่อกับท่านที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา
  • เพื่อการจัดการให้เป็นไปตามสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ ที่บริษัทฯ มีกับท่าน เช่น การจัดเตรียมสินค้า การจัดส่งสินค้า การแจ้งหนี้ และการจัดส่งใบเสร็จหรือเอกสารที่เกี่ยวของให้แก่ท่าน หรือการอื่นใดที่จำเป็น
  • เพื่อการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอันเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามสัญญา
  • เพื่อติดต่อประสานงานทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร ที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน ของบริษัท
  • เพื่อติดต่อกับท่าน เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ท่านทราบ หรือเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของท่าน หรือเพื่อสำรวจความคิดเห็น หรือเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ของบริษัทฯ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
  • เพื่อการตรวจสอบและรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าในกรณีบริษัทฯ หรือท่านพบว่าสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือมีความชำรุดบกพร่อง
  • เพื่อประมวลผลหรือวิเคราะห์ประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น เพื่อประโยชน์ในการตั้งค่าและการจัดการบัญชีของท่าน การวิเคราะห์การใช้งานเว็ปไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทฯ
  • เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและสำรวจพฤติกรรมของท่าน การส่งมอบการสื่อสารการตลาด การจัดทำสถิติ การวิจัยและการให้บริการ การจัดทำและนำส่งข้อมูลทางการตลาดหรือการโฆษณาภายในบริษัทหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดส่งเนื้อหา การโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมและโปรโมชั่นต่าง ๆ ตลอดจนการให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่เหมาะสม เป็นต้น เพื่อให้การให้บริการต่าง ๆ ให้ตรงกับความสนใจของท่านและพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัท
  • เพื่อบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน คำติชม หรือข้อเสนอแนะจากท่าน เพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • เพื่อความจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการดำเนินการตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • เพื่อการตรวจสอบภายใน การตรวจสอบข้อร้องเรียน หรือข้อเรียกร้อง เพื่อป้องกันการทุจริตและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงป้องกันการกระทำผิด หรือการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย
  • เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงการบันทึกภาพด้วยระบบกล้องวงจรปิด (CCTV)
  • เพื่อปกป้องความปลอดภัยของท่านรวมถึงผู้ใช้งานอื่นๆ ในการใช้งานระบบ เช่น การจัดเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัย การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การควบคุมการเข้าถึง และการรับรองความถูกต้องของข้อมูลประจําตัวเมื่อเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้
  • เพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่าน ซึ่งท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้เองไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม รวมถึงกรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท หรือลูกจ้าง หรือผู้แทนของบริษัท หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

 

4. ฐานในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยทั่วไป บริษัทฯ ดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

  • การปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่ท่านร้องขอก่อนจะเข้าทำสัญญากับบริษัท
  • เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลภายนอก โดยที่ประโยชน์ดังกล่าวไม่เกินกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ความยินยอมที่บริษัทได้รับจากท่านในหนังสือขอความยินยอมให้เก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • กรณีอื่นใดที่สามารถทำได้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

เฉพาะในกรณี การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน บริษัทฯ ดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

  1. ความยินยอมโดยชัดแจ้ง ที่บริษัทฯ ได้รับจากท่านในหนังสือขอความยินยอมให้เก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  2. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่าน
  3. เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  4. เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

 

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายในบริษัทฯ บริษัทย่อย หรือบริษัทในเครือ

บริษัทฯ อาจแบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดข้างต้น โดยบริษัทฯ อาจแบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในบริษัทฯ บริษัทย่อย หรือบริษัทในเครือ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เท่าประเทศไทย ซึ่งบริษัทฯ จะทำให้มั่นใจว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นจะเป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม

หากท่านได้ให้ความยินยอม หรือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจส่ง โอน และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นดังต่อไปนี้ ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนดและจะจัดให้มีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอสำหรับการดำเนินการดังกล่าวดังต่อไปนี้

  • บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่หรือถูกร้องขอให้เปิดเผยข้อมูล โดยศาลที่มีเขตอำนาจ หรือโดยหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานด้านภาษี หรือหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือหน่วยงานในลักษณะเดียวกัน
  • ที่ปรึกษาหรือผู้ให้คำปรึกษาด้านวิชาชีพของบริษัทฯ รวมถึงทนายความ นายธนาคาร ผู้สอบบัญชี นักบัญชี และผู้รับประกันภัย ที่ให้บริการงานให้คำปรึกษา กฎหมาย การธนาคาร การตรวจสอบ บัญชี หรือประกันภัยแก่บริษัทฯ
  • สถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการระบบชำระเงิน เช่น สถาบันการเงินแห่งอื่นที่ให้บริการระบบการชำระเงินในการทำธุรกรรมของท่าน เป็นต้น 
  • ผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท หรือพันธมิตรทางธุรกิจ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น บริษัทซึ่งให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด บริษัทรับจ้างทำวิจัย บริษัทให้บริการเก็บข้อมูลบนระบบ Cloud บริษัทรับจ้างทวงหนี้ Facebook หรือ Line เป็นต้น
  • ผู้ตรวจสอบภายนอก ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบอิสระของแฟ้มข้อมูลของท่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาให้ตรามาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทฯ

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลของท่านกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกกลุ่มบริษัท ซึ่งบริษัทฯ อาจขายหรือโอนธุรกิจหรือสินทรัพย์บางส่วนของบริษัทฯ ให้ หรือในทางกลับกันบริษัทฯ อาจมีแผนเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอก ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจของบริษัทฯ ธุรกิจของบริษัทฯ ในส่วนที่มีการขาย ได้มา หรือควบรวมกับบริษัทอื่น (แล้วแต่กรณี) อาจมีการใช้ข้อมูลของท่านในลักษณะเดียวกับที่อธิบายไว้ในแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้

 

6. มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราและเราได้นำมาตรฐานความปลอดภัยทางเทคนิคและการบริหารที่เหมาะสมมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลาย โดยใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

 

7. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งต่อท่าน หรือตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ โดยในกรณีที่ท่านยุติความสัมพันธ์ หรือสิ้นสุดสัญญากับบริษัท หรือกรณีไม่มีการใช้บริการหรือการทำธุรกรรมกับบริษัท หรือข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ไม่เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือตามอายุความ หรือเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

 

8. สิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน

ในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ดังนี้

  • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมบริษัทฯ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูล
  • สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยการที่มาซึ่งข้อมูลดังกล่าว
  • ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
  • สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิในการขอลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่านมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอง ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง
  • สิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

 

9. การติดต่อบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย

หากท่านมีข้อสงสัยใดเกี่ยวกับแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ รวมถึงมีคำขอใช้สิทธิของท่าน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลและฝ่ายงานคุ้มครองข้อมูลของบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) 

เลขที่ 348 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย 

อีเมล์: data.privacy@osotspa.com